ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด  (อ่าน 5 ครั้ง)

Onkanya5892

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 174
    • ดูรายละเอียด

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด
นอกจากเครื่องยนต์รวมทั้งชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทุกอย่างใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งหมดทั้งปวง แล้วก็อย่าคิดว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะแบบเดียวกันนะ

เราพึ่งก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดมุ่งหมายในเขตลำคลองสานหลังจากใช้เวลาร่วมกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันบางทีอาจไม่ใช่รถยนต์ที่เหมาะสมที่สุด เลิศเลอที่สุด คุ้มค่าคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของคนจำนวนไม่น้อย แม้กระนั้นเชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีมากยิ่งกว่าที่คิดมากมายอย่างยิ่งจริงๆ

คุณมีความรู้สึกว่าตนเองคาดหวังอะไรกับการซื้อรถยนต์เอสแสงอัลตราไวโอเลตหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆสมรรถนะการขับขี่ ความละมุนละไมของตอนล่าง เทคโนโลยีล้ำยุค นั่งสบาย กว้างใหญ่ ระบบความช่วยเหลือแน่นๆMG HS เป็นหนึ่งในรถที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้ครบทั้งสิ้น
ดีไซน์ภายนอกของตัวรถคงเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แต่ที่พรีเมี่ยมขึ้นเป็นระบบไฟ แอลอีดี เต็มแบบอย่างยังมาพร้อมกับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มที่เขาพูดว่าเป็นออกแบบที่เสมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบโครเมี่ยม

เสาอากาศแบบครีบฉลาม มีสปอยเลอร์ข้างหลังในตัวท็อป แต่ถ้าจะให้โก้เก๋แปลงสปอยเลอร์ข้างหลังแต่ หรือเปลี่ยนมันทั้งยังชุดเลยทั้งกรอบโครเมี่ยม กันชนหน้าข้างหลังสีดำแบบคันที่พวกเราได้ขับในคราวนี้บอกเลยว่าสวย

ภายในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat เด่นไม่มีใครเหมือน ส่วนตัวสำหรับเราที่เป็นผู้ชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับศีรษะ ขับก็บันเทิงใจ ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะหลังจากนั้นเท่าที่นั่งโดยประมาณหนึ่งนับว่าดีและมีการปรับระยะเอนได้

ด้านในห้องโดยสารจัดว่ากว้างและก็ยิ่งมองกว้างมากเพิ่มขึ้นด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับกระแสไฟฟ้าพร้อมม่านบังแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่จำเป็นต้องมีให้ใช้พร้อม แม้กระนั้นหลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วที่ทำงานได้เยี่ยมที่สุดเสมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย

เครื่องยนต์แบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือพวกเราอาจจะคุ้นกว่าถ้าเกิดเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งสองชูมาจาก MG GS

อย่าเพิ่งตระหนกตกใจที่พวกเราบอกว่าชูมาจาก MG GS เพราะเหตุว่าเครื่องจักรกลและเกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งผอง ลืมภาพและความรู้สึกที่น่าหงุดหงิด ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เพราะเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว MG HS นับว่าบรรเจิดมากมาย ตลอดการใช้งานไม่พบการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้รำคาญ รำคาญ แม้ว่าจะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด

เครื่องยนต์กลไกแล้วก็เกียร์สนองตอบได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อการเดินทางในทริปนี่พวกเราออกจากกรุงเทวดามุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่ต้องการจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มจนน่ารำคาญดวงใจไม่มีให้มองเห็น หากเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS ถือว่าเฉลี่ยวฉลาดมากยิ่งขึ้น
แนวทางการทำงานของเครื่องยนต์กลไก เกียร์ คันเร่ง ตอบสนองตามโหมดการขับขี่ทั้งหมด 4 โหมดได้แก่ Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการโต้ตอบต่างๆทั้งยังเครื่องจักร พวงดอกไม้แล้วก็อื่นๆได้ตามใจ และยังมีปุ่มอัศจรรย์อย่าง Super Sport ที่ให้การตอบสนองแบบเร้าใจที่สุด

ถ้าหากเอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรบอกว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแม้กระนั้นจะมีผลให้คนขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในขณะที่โหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการติดอยู่รอบติดอยู่เกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากกว่าในโหมด Sport

ความรู้สึกที่กระจ่างแจ้งเลยเป็นในโหมด Eco และก็ Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล อาจจะต้องรอนิดหน่อยแม้กระนั้นสักพักก็จะรีบแซงด้วยแรงแบบเกินพอ ส่วนในโหมด Sport และ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนแตะปลดปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดระยะเวลา

ถ้าหากมีคนไหนกันแน่บอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านเรานั้นแบบเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน กลุ่ม MG ยืนยันว่าไม่ใช่ แล้วก็ผู้ที่ได้ขับทั้งสองคันแล้วก็กล่าวว่าคนละเรื่อง

เอาเป็นว่าเรื่องเครื่องยนต์แล้วก็เกียร์ เพลิดเพลินใจ หายห่วง ทั้งยังความฉลาดของเกียร์แล้วก็การโต้ตอบรวมทั้งกำลังวังชาของเครื่องยนต์ ยิ่งหากคุณถูกใจฟีลลิ่งของรถมีเกียร์เจ้านี่คงจะตอบปัญหา

ส่วนโหมดที่พวกเราชอบสูงที่สุดสำหรับการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยคือโหมด Eco ที่ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าเกิดจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport แปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อเร่งแซงและก็กดอีกครั้งกลับมา Eco ที่สำคัญคือพวกเรามีความคิดว่าโหมด Eco นั้นดูเหมือนใส่รับกับการใช้แรงงานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย

ต่อมาที่อีกหนึ่งข้อสำคัญเป็นตอนล่าง New MG HS นั้นตอนล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบช่วงล่างข้างหน้าแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ Multi-Link

ในบริเวณความเร็วต่ำตอนล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ซึมซับแรงชนก้าวหน้า แม้ว่าจะมีชนหลุมชนเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเพราะว่าขั้นต่ำพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันกระแทก โยกเยก โยกอะไร

แต่ว่าถ้าหากขับด้วยความเร็วราวๆหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนหนทางอยู่บ้าง อย่างเห็นบนถนนหลวงหมายเลข 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนหนทางพังทลายเหลว ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้มากมาย หรือในช่วงทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ตอนรอยต่อระหว่างแผ่นถนนจะคนขับขี่รู้สึกได้ถึงผู้กระทำระเด้งเล็กๆ

ช่วงล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ แม้กระนั้นพวงดอกไม้ที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณสุภาพสตรีก็ควงเพลินในบริเวณความเร็วต่ำ-กึ่งกลาง นั้น พอเพียงในบริเวณความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักเยอะขึ้นแล้วแต่เราก็ยังมีความคิดว่าเบาไป

เว้นเสียแต่เรื่องความสามารถการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดีมากยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จำสำหรับแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่พวกเราตรึงใจสุดๆในเรื่องประโยชน์ใช้สอย

นี่เป็นหน้าจอสัมผัสที่สุดยอดที่สุดที่ MG เคยมีมาแล้วก็ดีเยี่ยมระดับแถวหน้าของแวดวงจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสบรรเจิดระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง เพียงแต่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยระบบของ MG

ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกทางก้าวหน้า ถูกต้องแม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีงงงวย และบอกภาวะการจราจรแบบ Real Time พร้อมทั้ง True Music คลังเก็บของเพลงนับล้านแค่กดจอ การเปิดปิดระบบและการแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับรูปแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งหมดรวมถึงระบบปรับอากาศ

หน้าจอนี้ยังแสดงผลรอบตัวรถแบบ 360 องศา รวมถึงกล้องถ่ายรูปที่ทางซ้ายแล้วก็ขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถแบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจภาวะโดยรอบของตัวรถยนต์ ทั้งหมดทั้งปวงเลือกกดบนหน้าจอได้เลย

ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นเว้นแต่พาโนรามิคซันรูฟและเบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบระเบียบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้งยัง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist และก็อื่นๆอีกเยอะ

เว้นเสียแต่เรื่องความสามารถเรื่องของระบบช่วยเหลือถือเป็นอีกประเด็นที่ดีกว่าที่เราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆดำเนินงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่มต้น ออกตัว จนกระทั่งหยุดสนิทแล้วก็เมื่อรถยนต์คันหน้าหยุดพวกเราก็หยุด ถ้าหากเกินในช่วงเวลาที่กำหนดระบบจะเตือนให้พวกเราเหยียบคันเร่งนิดหน่อยเมื่อรถคันหน้าออกตัวเพื่อ Activate ระบบอีกที

แต่ว่าในข้อดีก็มีข้อเสียหากแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แม้กระนั้นพอเพียงคันหน้าหยุด ตัวรถจะเบรกค่อนข้างจะรุนแรงไปสักนิด หากขับผู้เดียวอาจพอเพียงทนได้ แต่ผู้โดยสารมาน่าจะหงุดหงิดรวมทั้งมึนหัวอยู่

ส่วนคนใดกันที่อยากทราบเนื้อหาว่าระบบความปลอดภัยและช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างเว้นแต่ 14 ระบบความปลอดภัยฐานราก ก็โดยประมาณนี้ครับ
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรเปลี่ยน ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถยนต์จะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
• ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

สำหรับท่านที่ตื่นตระหนกเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารเจริญ ที่ความเร็วราว 120 กม./ชั่วโมง นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวก ผู้ใดกันที่เคยชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงดอกไม้แบบรถยนต์ญี่ปุ่น ต้องใช้เวลาปรับนิสัยกับการใช้แรงงานที่ก้านแบบรถยุโรปน้อย แม้กระนั้นแป๊ปเดียวก็คล่องแคล่ว

รถยนต์คันที่พวกเราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งโครเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ และก็ข้างนอกอีกหลายจุด ที่เรามองว่างามกว่าของเดิมที่เป็นวัวรเมี่ยมเยอะ ราคาอย่างคร่าวๆของทั้งเซ็ตอยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท

ส่วนคนที่ซื้อรุ่นรองท็อปรวมทั้งตัวข้างล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาท้ายกระแสไฟฟ้าแล้วก็เซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาด้านหลังอัตโนมัติได้ในราคาประมาณ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดไม่ได้

สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับส่วนลด 34,000 บาท ในการซื้อชุดเครื่องไม้เครื่องมือตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาขายรถยนต์ได้โดยทันที และการรับรองคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร เดี๋ยวนี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019



ราคา MG HS

New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท


Tags : รีวิว mg hs