ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 วิธีสำรวจประสิทธิภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 12 ครั้ง)

SEO.No1

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2582
    • ดูรายละเอียด
6 แนวทางพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือวัสดุอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านค้าจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความไม่เหมือนกันด้วย หากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แต่หากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่มิได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งยังเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี แล้วก็ปัญหาในตัวเองผสมปนเปกันไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงจะต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การพิจารณาประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ แล้วก็ควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ตอนที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน คำแนะนำเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ แม้พับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เนื่องจากยิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อนำไปใช้งานเสมอๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสาย audio cableที่ดีเยี่ยมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าหากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาวัสดุที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองสัมฤทธิ์ รวมทั้งอลูมิเนียม ขอชี้แนะว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ตอนที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดแทงไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความทนทานสูง แก่การใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่ถนอมกล่อมเกลี้ยง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. ตรวจตราการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ และก็ถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว ฉะนั้นสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับการแทงกับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม ทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่อาจจะเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆจะต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าโลหะที่ศีรษะทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อทิ่มกับอุปกรณ์จะทำให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา ถ้าเผลอไปชนเข้าอาจก่อให้สายเกิดการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้ว่าจะไม่ได้มีผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินความจำเป็นกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าเป็นอย่างไร หากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ควรจะมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจสอบยี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็ถือว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะว่าชอบเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสเสียเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable