ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนทำขนมเค้ก สูตรขนมไทยโบราณอร่อยติดใจ ไส้ถั่วแดงไส้ไก่หยอง line: annzy201  (อ่าน 2 ครั้ง)

Posthizzt555

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2291
    • ดูรายละเอียด
เรียนทำขนมเค้ก สูตรขนมไทยโบราณอร่อยติดใจ ไส้ถั่วแดงแฮเบเกอร์ line: annzy201
เรียนทำขนมปัง ไส้ขนมเค้ก พายแอปเปิ้ล รสชาติระดับห้าดาวอร่อยๆ ราคาถูกๆ ตั้งอยู่ที่เจริญกรุง 107 แยก 7
ขั้นตอนพื้นฐานในการทำขนมปัง

1. การผสมแป้ง
ส่วนที่ 1 ส่วนผสมอาหารแห้ง เป็นต้นว่า แป้ง ยีสต์ สารเสริมประสิทธิภาพ นมผง ร่อนผสมเข้าด้วยกัน
ส่วนที่ 2 ส่วนผสมของแฉะ ได้แก่ น้ำเย็น น้ำตาล ไข่ไก่ เกลือป่น รวมทั้ง นมสด หรือนมข้นจืดชืด คนจนเข้ากันจนละลาย
ส่วนที่ 3 ส่วนผสมไขมัน เช่น เนยสด เนยขาว มาการีน หรือ น้ำมันพืช
 
การผสมแป้งแนวทางนี้จะช่วยทำให้ส่วนประกอบเข้ากันได้ดี แล้วก็ช่วยทำให้กลูเต็นในแป้งถูกผสมจนถึงจุดที่ไใช้ได้ โดยดูได้จากการรวมตัวของก้อนแป้งไม่เหนียวติดมือ รวมทั้งเครื่องผสมมีความนิ่มเนียนและสามารถดึงเป็นผ่นบางๆได้โดยไม่ขาด แม้กระนั้นหากผสมแป้งหรือนวดแป้งไม่พอ จะมีผลให้แป้งมีความยืดหยุ่นน้อย ขนาดของขนมจะลดลง หรือจะมีเนื้อสัมผัสหยาบ
2. การหมักดองแป้งหลังจากการผสม
แป้งภายหลังการผสมควรจะมีการพักแป้งก่อนสักระยะหนึ่งเพื่อแป้งคลายตัว ในการหมักนั้นโดยธรรมดาจะหมักโดยการคลึงแป้งเป็นก้อนกลม และก็หมักในอ่างผสม หรือกดเป็นก้อนกลมแล้วพักบนโต๊ะ โดยใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆปกคลุมก้อนแป้ง เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ผิวหน้าของก้อนแป้งแห้ง
3. การไล่อากาศในก้อนแป้ง
หลังจากแป้งถูกหมักจนได้ที่แล้วจะไล่อากาศที่มีมากเกินออกไป เพื่อให้ขนมปังมีเนื้อเนียน แนวทางคือใช้มือกดเบาๆที่ก้อนแป้ง หรือใช้เครื่องรีดเพื่อไล่อากาศ
4. การเตรียมก้อนแป้งใส่ไส้หรือพิมพ์
ภายหลังจากไล่อากาศในก้อนแป้งแล้ว ตัดก้อนแป้งตามขนาดที่อยาก ต่อไปใช้มือหรือเครื่องกดให้เป็นก้อนกลมกระทั่งผิวหน้าเรียบเนียน หลังจากนั้นจะขึ้นรูปพักลงในพิมพ์ หรือพักให้ขึ้นเป็น 2 เท่า แล้วก็นำมาใส่ไส้ตามอยาก
5. การพักแป้งในพิมพ์
ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการพักแป้งขึ้นกับขนาดก้อนแป้ง แล้วก็อุณหภูมิที่ใช้สำหรับการหมัก โดยทั่วไปแล้วจะใช้อุณหภูมิที่ประมาณ 32-40 องศาเซลเซียส ซึ่งในระหว่างการดองนั้นจำเป็นต้องใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆหุ้มแป้งเพื่อป้องกันผิวหน้าของก้อนแป้งแห้งแข็งกระด้าง ในปัจจุบันถ้าเกิดเป็นระบบอุตสาหกรรมหรือร้านที่ขายดิบขายดีก็จะใช้ตู้หมักแป้ง โดยตู้หมักแป้งสามารถปรับระดับอุณหภูมิที่ใช้สำหรับการหมักได้ ก็เลยช่วยทำให้ได้ก้อนแป้งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
6. การอบและการตกแต่งหลังการอบ
โดยทั่วไปอุณหภูมิที่ใช้เพื่อการอบอยู่ที่ 350-400 องศาฟาเรนไฮต์ ส่วนช่วงเวลาขึ้นอยู่กับขนาดก้อนแป้ง ก่อนอบบางสูตรอาจจะเพิ่มสีสันแก่ขนมปัง โดยจะมีการทาหน้าขนมปังด้วยไข่ไก่ นมสด ฯลฯ และก็เมื่ออบสุกแล้วถ้าหากต้องการให้ขนมปังวาวเงา จะทาหน้าขนมปังด้วยเนยสดทับอีกครั้ง ขนมก็จะดูมันเงา จึงนำออกมาจากพิมพ์หรือถาดอบ บางสูตรจะมีการตกแต่งหลังการอบเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีแล้วก็สะดุดตาน่ารับประทานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การตกแต่งนั้นมีหลายวิธี ดังเช่น การโรยหน้าของหวานด้วยน้ำตาลไอซิ่ง หรือ การตกแต่งด้วยน้ำสลัดครีม จึงพักบที่กรองจนเย็นสนิทเื่พื่อคุ้มครองปกป้องการเกิดราได้ง่าย จากนั้นก็เลยบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เตรียนมไว้ ภายหลังจากการบรรจุแล้วควรจะเก็บขนมปังเอาไว้ภายในห้องที่ไม่แห้งจนเกินความจำเป็น รวมทั้งมีอุณหภูมิที่เย็นเหมาะเจาะ
 
เครมบรูเล่มะลิ
ใครอยากทำขนมหวานเอาใจคุณแม่ ขอนำเสนอเครมบรูเล่มะลิ สูตรจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine ทีเด็ดอยู่ที่ใส่กลิ่นมะลิลงไปด้วย สุดท้ายแต่งด้วยเบอร์รีสวยงาม รับรองคนรับยิ้มปลื้ม
ส่วนผสม เครมบรูเล่มะลิ
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
 • ไข่แดงไข่ไก่ 5 ฟอง
 • กลิ่นดอกมะลิ (Jasmine Extract) 3 ช้อนชา
 • น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
 • เอ็กตร้า ยีลด์ คุกกิ้ง ครีม (Extra Yield Cooking Cream) 3 ถ้วย
 • เบอร์รีตามชอบ
 • ดอกมะลิ (ตกแต่ง)
วิธีทำเครมบรูเล่มะลิ
1. ตั้งครีมบนไฟอ่อนปานกลางจนวัดอุณหภูมิได้ 40 องศาเซลเซียส พักไว้
 2. ตีไข่แดงและไข่ขาว ใส่น้ำตาล ตีจนเนื้อเนียน ใส่ครีมที่อุ่นไว้ ตีให้เข้ากัน ใส่กลิ่นมะลิ แล้วกรองผ่านกระชอนละเอียด
 3. เทใส่ถ้วยสำหรับอบ นำไปอบในถาดที่หล่อน้ำร้อนไว้ที่อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง 45 นาที
 4. ยกออกจากเตา โรยหน้าด้วยน้ำตาล แล้วใช้ที่พ่นไฟ (Torch) เผาน้ำตาลจนเป็นสีน้ำตาลสวย เสิร์ฟพร้อมเบอร์รี ตกแต่งด้วยดอกมะลิ

ขนมปังพิซซ่า
ส่วนประกอบซอสพิซซ่า
– มะเขือเทศบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ (พิมพ์ใช้มะเขือเทศกระป๋อง )
– ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ (พิมพ์ใช้โรซ่า)
– มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
– ออนิกาโน่ 1-2 ช้อนโต๊ะ
เป็นวิธีทำซอสพิซซ่าแบบง่ายๆนะคะ สำหรับใครอยากใช้แบบสำเร็จก็ได้เลย หรือมีสูตรอื่นที่ชอบก็ตามสะดวกจ้า
วัตถุดิบ
– ขนมปัง 18 แผ่น
– ไข่ไก่ 2 ฟอง
ขนมปังป่น 2 ถ้วย
– น้ำมันสำหรับทอด กะให้ท่วมขนมปัง
สำหรับไส้พิซซ่า สามารถปรับหรือใส่ตามชอบนะคะ สำหรับวีดีโอนี้พิมพ์ใช้
– ไส้กรอก 3 อัน
– ปูอัด 3 อัน
– บาโลน่าหมู 3 แผ่น
แล้วนำมาหั่นตามขนาดที่ชอบ ใครจะเพิ่มอะไรตามชอบเลย
และขาดไม่ได้คือชีส ซึ่งชีสที่ยืดได้ต้องเป็น
มอสซาเรลล่าชีสค่ะ

กรรมวิธีรักษาวัตถุดิบในการทำเบเกอรี่หรือส่วนผสมที่ใช้สำหรับในการทำเบเกอรี่ที่ถูกต้อง
1. แป้งจำพวกต่างๆได้แก่ แป้งขนมเค้ก แป้งขนมปัง อื่นๆอีกมากมาย ถ้าหากปราศจากจากแมลงรบกวนจะมีคุณภาพดีแล้วก็เก็บได้นานถึง 5 เดือน โดยเก็บเอาไว้ข้างในห้องที่สะอาด มีอากาศระบายดี ไม่มีกลิ่น มีอุณหภูมิ 68 - 72 องศสฟาเรนไฮต์ แล้วก็มีความชื้นสัมพัทธ์ 55 - 65 % แป้งที่มีตัวแมลงอยู่จะต้องแยกนำออกมาทิ้งในทันที
2.ยีสต์ เป็น ส่วนผสมที่เสียได้ง่าย ควรจะเก็บในที่แห้ง ไม่ให้สัมผัสโดยตรงกับแสงแดดแล้วก็ความชื้น ถ้าไม่เก็บในตู้เย็นควรจะเก็บในที่มีอุณหภูมิไม่สูงขึ้นมากยิ่งกว่า 90 องศาฟาเรนไฮต์ ภายใต้ภาวะแบบนี้ ยีสต์แห้งจะแก่การเก็บได้อย่างน้อยที่สุด 1 เดือน หรือเป็นเวลานานกว่านี้ได้
3. น้ำตาล ทั้งยัง น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายแดงเป็นตัวดูดความชุ่มชื้น ต้องนำออกจากถุงใส่กล่องพลาสติคหรือแก้ว มิฉะนั้นแล้วน้ำตาลจะดูดความชุ่มชื้นจากอากาศจนถึงจุดที่มันเฉอะแฉะ ซึ่งพวกจุลชีพจะเจริญวัยก้าวหน้า ทำให้น้ำตาลนั้นมีรสเปรี้ยว สำหรับน้ำตาลละเอียดหรือน้ำตาลไอซิ่ง เมื่อไม่ใช้ต้องเก็บไว้ภายในที่แห้ง เพื่อคุ้มครองปกป้องการจับตัวเป็นก้อน อย่าใช้ภาชนะที่เป็นโลหะเนื่องจากว่าอาจจะมีการเกิดสนิมได้
4. ไขมัน แล้วก็น้ำมัน ไขมัน จากพืชสามารถเก็บได้ในอุณหภูมิปกตินาน 2-3 เดือน ถ้าหากต้องการเก็บให้ได้เป็นเวลายาวนานกว่านี้ต้องเก็บในตู้เย็น น้ำมันหมูจำพวกแข็งควรที่จะเก็บในตู้เย็น โดยใส่ภาชนะบรรจุปิดฝาให้สนิท หรือเก็บเอาไว้ข้างในห้องธรรมดาก็ได้ น้ำสลัดหรือน้ำมันมะกอกจะมีกลิ่นหืนได้ง่ายภายหลังจากเปิดฝาแล้ว สำหรับไขมันพืช นอกเหนือจากการที่จะเก็บในตู้เย็นแล้ว ไม่สมควรเก็บไว้ใกล้สิ่งที่ให้กลิ่น เพราะเหตุว่าไขมันนั้นสามารถดูดกลิ่นปะปนเข้าไว้ได้ง่ายและรวดเร็ว ศัตรูตัวสำคัญของไขมันก็คือแสง อากาศ น้ำ ความร้อน อุณหภูมิสูงๆรวมทั้งโลหะ เหล่านี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ไขมันมีกลิ่นหืนได้ง่าย
5. ไข่ ไข่ สดควรที่จะเก็บในช่องเก็บไข่ของตู้แช่เย็น โดยให้ส่วนกว้างของไข่อยู่ข้างบนจะเก็บได้นานถึง 5 สัปดาห์ ไข่สดจะสูญเสียความชื้นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามอายุของไข่ ไข่ชอบดูดเอากลิ่นจากตู้แช่เย็นเอาไว้ และจะมีกลิ่นมากมายหากไม่เก็บเอาไว้ภายในช่อง ไข่ขาวที่แยกออกจะเก็บได้นานเป็นอาทิตย์ ถ้าหากเก็บในตู้แช่เย็นรวมทั้งใส่ภาชนะแก้วที่ปิดฝาสนิท ไม่สมควรเก็บไข่ไว้นาน แม้ว่าจะเก็บในตู้แช่เย็นก็ตาม ด้วยเหตุว่าบัคเตรีบางทีอาจเกิดขึ้นทำให้ของกินเป็นพิษได้
6. นม นม สดหรือหางนมควรที่จะเก็บเอาไว้ข้างในตู้แช่เย็น เมื่อไม่ใช้แล้ว ดังนี้เพื่อคุ้มครองปกป้องการบูดเหตุเพราะกรดแลคติกจะมีผลให้นมเปรี้ยว สำหรับนมระเหยนั้นไม่คือปัญหาเนื่องจากนมใส่กระป๋องนั้น ได้ผ่านขั้นตอนการทำลายเชื้อแล้ว แต่ว่าก็ควรจะระวังในเรื่องกระป๋องบวม ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากนมเสีย นมผงควรที่จะเก็บในที่เย็นและก็แห้ง ปิดฝาให้สนิท เนื่องจากนมผงนั้นมีความชื้นอยู่น้อย ก็เลยดูดเอาความชื้นจากอากาศเข้าไว้ทำให้จับกุมกันเป็นก้อน
7. เครื่องเทศและผงฟู ควรที่จะเก็บในที่เย็น แห้ง และก็ปิดฝาให้สนิท สำหรับกระป๋องใส่จะต้องไม่ขึ้นสนิม และต้องสะอาด
8. สารเสริม อย่างเช่น SP ควรจะเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท แห้งแล้วก็เย็น อย่าให้โดนแดดโดยตรง

ถ้าหากอยากเรียนขนมปัง8ไส้ สิ่งเดียว4,500บาท
ต้องการเรียนวิชาอื่นเพิ่มด้วย วิชาละ 2,500 บาท
ผู้ติดตามได้ลงมือปฎิบัติเหมือนกัน
สนใจเรียน โดยการจองผ่านไลน์เท่านั้น
line id: annzy201
หรือคลิกลิ้งค์ http://line.me/ti/p/~annzy201


เครดิต : http://www.annann201.com/

Tags : เรียนทำขนมไทย,สอนทำขนมไทย,อาหารญี่ปุ่น