Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - darunee

Pages: [1]
1

     โรคความเสื่อมทางสมองควรต้องใส่ใจรู้เท่าทันเพื่อป้องกันและหาแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสม นอกจากจะมีคุณภาพชีวิตที่สดใส สมองยังต้องไบรท์ คิด วิเคราะห์ และแยกแยะเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี การรู้เท่าทันความเสื่อมของโรคทางสมองจึงควรดูแลสมองตั้งแต่วัยทำงาน เพราะสมองมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย การสั่งการ การเคลื่อนไหว พฤติกรรม และหน้าที่ต่าง ๆ แต่เมื่ออายุมากขึ้น สมองก็เสื่อมไปตามวัย ทำให้อุบัติการณ์ของโรคสมองเพิ่มขึ้นอยู่เสมอผู้ใกล้ชิดจึงยิ่งต้องเฝ้าสังเกตอาการและตรวจวินิจฉัยก่อนอาการของโรคจะลุกลามเกินการป้องกัน และรักษาแล้วอัลไซเมอร์อาการเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

อัลไซเมอร์อาการเป็นแบบไหน ควรสงสัยว่าเป็นสมองเสื่อม?
     โรคอัลไซเมอร์อาการระยะแรกของผู้ป่วย เริ่มจากขี้หลงขี้ลืม ลืมเรื่องที่เพิ่งพูดไปหรือลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น มีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ชอบถามคำถามเดิม ๆ ซ้ำๆ มีความลังเล ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องง่ายๆ ได้ ทำให้มีความวิตกกังวลมากขึ้น ตื่นตกใจง่าย และอาจมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้

- ความเข้าใจภาษาลดลง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก อาจหยุดพูดกลางคันและไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ หรือพูดย้ำกับตัวเอง รวมถึงอาจพูดน้อยลง
- สับสนเรื่องเวลาหรือสถานที่ อาจลืมว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใดและเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร
- ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน เช่น ลืมวิธีการเปลี่ยนช่องทีวี
- บกพร่องในการรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ทราบว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไร หรือไม่สามารถแยกแยะรสชาติหรือกลิ่นได้
- บกพร่องในการบริหารจัดการ และตัดสินใจแก้ไขปัญหา ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดบ่อย ๆ
- บกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ไม่สามารถไปไหนตามลำพังได้
- บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เช่น ซึมเศร้า เฉื่อยชา โมโหฉุนเฉียวง่ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เห็นภาพหลอน หวาดระแวง
- ปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมมีหลากหลาย ทั้งปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้ และปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้แก่
- อายุเกิน 65 ปี
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน ไขมัน เพราะดรคเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบ และทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม
- ผู้ที่ชอบทำอะไรจำเจ ทานอาหารเดิม ๆ ไปสถานที่เดิม ๆ มีกิจกรรมเดิม ๆ
- ผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าเรื้อรังและไม่ได้รับการรักษา
- ผู้ที่ไม่เข้าสังคม เช่น นอนดูทีวีอยู่บ้าน ชอบอยู่คนเดียวเป็นกิจวัตร

     หากผู้ใกล้ชิดหมั่นเฝ้าสังเกตผู้สูงวัยใกล้ตัวแล้วสงสัยเห็นว่าท่านเข้าค่ายโรคอัลไซเมอร์อาการช่วงเริ่มต้นให้รีบพาท่านไปพบแพทย์ เพื่อแพทย์จะสามารถวินิจฉัยในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้แต่เนิ่น ๆ เพื่อที่จะทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา และผู้ป่วยปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตสามารถช่วยชะลอตัวโรค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น อ่านหนังสือ การทำงาน โดยไม่เกษียณตัวเอง เล่นเกมที่อาศัยการคิดคำนวณ การพบปะพูดคุยเข้าสังคม ดูแลสุขภาพจิตให้ดี คิดบวก ลดความเครียด ทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยชะลอหรือทุเลาอาการเสื่อมที่จะเกิดขึ้นได้ค่ะ

2

     หากเพื่อน ๆ กำลังวางแผนจะกู้ซื้อบ้าน สักหลังแต่ไม่ทราบว่าจะต้องเริ่มจากจุดไหน และ ควรจะเตรียมตัวอย่างไรดีถึงจะยื่นกู้กับธนาคารผ่าน เพื่อน ๆ ที่มีรายได้จำกัดคงจะเคยสงสัยกันใช่ไหมว่าถ้าเรามีเงินเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท จะซื้อบ้านได้ไหม ต้องบอกกันก่อนเลยว่าได้ค่ะ และเพื่อเป็นการทำให้ทุกคนเห็นภาพวันนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลดี ๆ ที่เพื่อน ๆ สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้เอามาฝาก

     1.คำนวณหาจำนวนเงินที่เราจะมีกำลังในการกู้ซื้อได้ จากหลักของการกู้ทั่วไปมีอยู่ว่า ผู้กู้สามารถแบกรับภาระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้เท่านั้น

     ตัวอย่างเช่น ผู้กู้มีเงินเดือน 15,000 บาท จะสามารถผ่อนชำระสูงสุดได้ 15,000 x 40% = 6,000 บาท ซึ่งก็คือหากผู้กู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนจะสามารถผ่อนชำระเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท ที่สำคัญเราต้องไม่มีหนี้สินผ่อนชำระสินค้าอื่น ๆ หากเรามีหนี้สินอื่น ๆ เช่น ผ่อนรถอยู่ เดือนละ 5,000 บาท ก็ทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลง (6,000 – 5,000) เหลือเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น

2.หาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่เราสามารถกู้ได้เมื่อคำนวณจากเคล็ดลับที่ 1
     สมมติว่า เราเลือกจะผ่อนชำระที่ 30 ปี จะสามารถกู้ได้ 858,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีโครงการที่ราคาต่ำกว่าล้านอยู่หลายโครงการเลย เช่น คอนโดแถบชานเมือง หรือในแถบปริมณฑลก็ยังมีราคาไม่ถึงล้านอยู่เยอะ หรือถ้าหากอยู่ที่ต่างจังหวัดก็ยิ่งมีโครงการราคาต่ำกว่าล้านมากมาย

3.ทำประวัติเครดิตบูโรของเราให้ดี
     มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และบัตรผ่อนชำระต่าง ๆ หนี้สินของบัตรต่าง ๆ ตรงนี้จะไปแสดงที่เครดิตบูโรของเรา หากมีประวัติการชำระหนี้ไม่ดี ไม่ตรงต่อเวลา ผิดนัดจ่ายหนี้กับธนาคาร หรือเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายเลย เครดิตบูโรก็จะขึ้น Blacklist ซึ่งหมายความว่า เมื่อเราไปยื่นกู้กับธนาคารแล้วทางธนาคารไปตรวจสอบเครดิตบูโรของเราก็จะเห็น Blacklist ของเรา ซึ่งอาจทำให้กู้ซื้อได้ยาก และยังมีอีกกรณีหนึ่งหากเป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้ติด Blacklist แต่เมื่อธนาคารทำการประเมินรายได้ของเราแล้วปรากฏว่า แค่ยอดที่ต้องชำระในแต่ละเดือนสำหรับบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดแต่ละใบของเราในแต่ละเดือน ก็ไม่พอที่จะส่งค่างวดสำหรับสินเชื่อบ้านแล้ว แบบนี้ธนาคารก็คงอนุมัติให้ผ่านยากค่ะ

4.หาผู้กู้ร่วม
     ในกรณีที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่กู้คนเดียวไม่ผ่านหรือรายได้ไม่พอ การกู้ร่วมก็เป็นทางออกหนึ่งของปัญหาที่นิยมเลือกใช้กันมาก และในบางสถาบันการเงินจะกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ในฐานะที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันหรือบิดามารดากู้ร่วมกับบุตรและสามีภรรยา หรือถ้าแต่งงานกันแล้วและยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้กู้ร่วมก็ต้องแสดงหลักฐานอื่น ๆ ประกอบ เช่น ทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน หรือถ้ามีบุตรก็ต้องแสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่

ในการซื้อบ้านแบบการกู้ร่วมสามารถทำได้ 2 แบบ คือ
1.กรรมสิทธิ์บ้านเป็นชื่อของคน ๆ เดียว แต่เวลากู้ยืมใช้คนหลายคนมากู้ร่วม
2.การกู้ร่วมโดยใส่ชื่อผู้กู้ทุกคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม

     ซึ่งการกู้ร่วมนั้น สถาบันการเงินจะพิจารณารายได้ของทุกคนที่ขอกู้ร่วม โดยจะหักภาระค่าใช้จ่ายของทุกคน หลังจากนั้นก็ดูว่า เหลือเงินที่จะสามารถผ่อนชำระได้ต่อเดือนเท่าไหร่ แล้วพิจารณาให้สินเชื่อไปตามสัดส่วน ซึ่งจะทำให้เพื่อน ๆ ที่มีผู้กู้ร่วม สามารถกู้วงเงินได้สูงขึ้นมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความที่เราได้นำเสนอไปคงจะช่วยเป็นทางให้เพื่อน ๆ เงินเดือนน้อยยื่นกู้ซื้อบ้าน ก็จะสามารถเป็นได้เจ้าของบ้านในฝันได้เหมือนกับทุก ๆ คน อย่างแน่นอนค่ะ

3

     อากาศบ้านเรามันร้อนอบอ้าวสุดจะทน หลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านแบบไม่ต้องไปเผชิญแสงแดดที่แสบร้อน ซึ่งวิธีคลายร้อนแบบประหยัดที่ได้รับความนิยม และดีที่สุดก็คงหนี้ไม่พ้นแอร์ แต่นอกจากแอร์แล้วก็ยังมีเจ้าพัดนี่แหละค่ะที่ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องการช่วยคลายความร้อน ซึ่งวันนี้เราก็ขอนำเสนอถึงข้อดี ข้อด้อย และวิธีการเลือกซื้อพัดลมติดผนังที่ดีเอามาฝากให้กับทุก ๆ คนด้วย ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลยค่ะ

4 ข้อดีของพัดลมติดผนัง
     1.ห้องดูกว้างขึ้น พื้นที่เล็ก ๆ อย่างในคอนโด อาจมีพื้นที่จำกัด ถ้ายิ่งใช้พัดลมตั้งพื้น หรือพัดลมตั้งโต๊ะทำให้ห้องดูเล็กเพิ่มขึ้นอีก ทำให้เกะกะเวลาเดินผ่าน แถมบางครั้งอาจจะเดินสะดุดสายไฟกันอีกด้วย
     2.พัดลมติดผนัง ทำความสะอาดบ้านง่ายขึ้น การปัดกวาด เช็ดถู ก็ทำได้ง่ายขึ้นไม่ต้องคอยยกพัดลมหลบไปมาให้เหนื่อยช่วยทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น
     3.ปลอดภัย สำหรับบ้านไหนที่มีลูกเล็กๆ วัยกำลังซน ที่ชอบเอานิ้วมือแหย่เข้าในตัวพัดลม หมดปัญหาดังกล่าวไปได้ในทันที
     4.พัดลมติดผนังราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้า เหมาะกับการใช้ในห้องทั้งแบบปิด และแบบเปิดโล่ง ซ่อมแซมง่าย อะไหล่มีราคาถูก

     แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่พัดลมติดผนังเองก็มีข้อด้อยเช่นกัน นั่นก็คือการติดตั้งแบบตายตัวด้วยการเจาะผนัง เพื่อทำการยึดพัดลมให้แน่นอยู่กับกำแพง ดังนั้นการขนย้าย หรือเปลี่ยนตำแหน่งจึงกลายมาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างลำบากอย่างมากเช่นกัน นอกจากนี้หากติดตั้งพัดลมเอาไว้สูงจนเกินไป ก็จะทำให้ทำความสะอาดพัดลมได้ค่อนข้างลำบาก

วิธีการเลือก
1.เลือกพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองความปลอดภัย
     ควรเลือกซื้อพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานบังคับรับรองความปลอดภัยหรือที่เราเรียกว่า (มอก.) เพราะพัดลมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมานั้นได้รับการทดสอบมาแล้ว ว่าใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองพลังงาน

2.เลือกพัดลมให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
     เพื่อตอบโจทย์การใช้งานพร้อมกับช่วยประหยัดพลังงาน ดังนั้นการเลือกซื้อพัดลมแต่ละครั้งก็ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน โดยพิจารณาจากจำนวณคนและพื้นที่ในการใช้งาน เช่น ถ้าใช้เพียงคนเดียว ไม่เกิน 2 คน ก็เลือกซื้อขนาดมอเตอร์ที่เล็กกว่า และกำลังไฟฟ้าที่ใช้ก็น้อยกว่า จึงช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าพัดลมแบบตั้งพื้นและเพดานนั่นเอง

3.เลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
     ฉลากประหยัดไฟ คือ ฉลากที่บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเช่น ค่าใช้จ่ายต่อปี ประสิทธิภาพในการใช้งานและประหยัดพลังงาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

     หลังจากที่ได้ทราบข้อดี - ข้อเสียของพัดลมติดผนังกันไปแล้ว ถ้าหากใครคิดว่าพัดลมติดผนังนี่ล่ะตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะ ขอแนะนำให้ลองเลือกจากวิธีที่เราแนะนำเอาไว้ใช้เป็นแนวทางการเลือกซื้อได้นะคะ เพื่อที่จะได้สินค้าดี ๆ ราคาประหยัด คุณภาพเยี่ยมเอาไว้ใช้งานได้นาน ๆ ค่ะ

4

     การเลือกซื้อโทรศัพท์ในปัจจุบันมีหลาย ๆ ปัจจัยในการตัดสินใจ ยิ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีด้านสมาร์ทโฟนนั้นได้พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ มีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเกือบทุกเดือน และด้วยความหลากหลายต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เลือกกันแทบไม่ถูกว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ซึ่งในตอนนี้มีโทรศัพท์ในท้องตลาดเยอะมากทำให้ยากต่อการตัดสินใจ เพราะแบบนี้วันนี้เราจึงจะมาแนะนำให้กับคุณเองว่าต้องมีขั้นตอนการพิจารณา และวิธีการเลือกซื้อโทรศัพท์อย่างไรบ้าง พร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ

วิธีการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือยังไงให้เหมาะตัวคุณเอง
1.เลือกระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการหลักตอนนี้มีอยู่สองระบบคือ Android และ iOS ใน Android นั้นจะมีหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ให้เลือกตามความต้องการ ส่วนใน iOS นั้นจะมีแค่แบรนด์เดียวเท่านั้น การปรับแต่งของ Android สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ตามความชอบของผู้ใช้งาน

2.สเปกและฟีเจอร์การใช้งาน
ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการเลือกซื้อโทรศัพท์อีกปัจจัยหนึ่งเลย ทั้งขนาด, ความละเอียดหน้าจอ, ความจุ, ชิปเซ็ต, แบตเตอรี่ และที่ขาดไม่ได้คือ ความละเอียดของกล้อง ซึ่งก็พ่วงมาถึงฟีเจอร์การใช้งานของกล้องด้วยว่าถ่ายออกมาดีขนาดไหน ใช้งานง่ายไหม ฟีเจอร์ในแต่ละแบรนด์ก็แตกต่างกันไป อย่างใน Galaxy Note จะมี S Pen เพิ่มเข้ามา รองรับการใช้งานด้านเอกสาร โน้ตต่าง ๆ หรือสมาร์ทโฟนที่รองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอ รวมถึงการชาร์จเร็วและชาร์จไร้สาย

3.แบรนด์และดีไซน์
เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่จะเลือกซื้อโทรศัพท์ใหม่จะต้องมีแบรนด์และรุ่นในใจอยู่แล้ว เราควรดูจากแบรนด์ที่เรามีไว้ในใจก่อน แล้วค่อย ๆ ไปดูแบรนด์อื่นส่วนเรื่องของดีไซน์ก็เป็นส่วนหนึ่งในตัวเลือกเช่นกัน ดีไซน์สวยแล้วจับไม่ถนัดมือก็ถือว่าเป็นตัวตัดสินใจในการเลือกซื้อ และอย่าลืมถามเรื่องบริการหลังการขาย, การรับประกัน, ศูนย์บริการต่าง ๆ เพราะสำคัญมากหลังจากที่ใช้งานไปแล้วเกิดมีปัญหากับตัวเครื่อง จะได้อุ่นใจในเรื่องการเคลมประกันหรือส่งซ่อม

4.งบประมาณ
เรื่องงบประมาณกันเลย ด้วยหน้าตาสมาร์ทโฟนสมัยนี้ที่หน้าตาคล้าย ๆ กัน ซีรีส์เดียวกันอาจมีหลายรุ่น หลายราคา ตั้งแต่รุ่นแพงลงไปถึงรุ่นถูกสุด สเปกราคาในรุ่นระดับกลางอาจจะใกล้เคียงกับรุ่นแพง ๆ ก็เป็นได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อพิจารณาและตั้งงบเผื่อไว้สักหน่อย อาจจะทำให้มีตัวเลือกที่มากขึ้นรวมถึงสามารถเลือกข้ามไปยังซีรีส์อื่น ๆ ได้มากกกว่าในราคาที่ไม่ต่างกันมากอีกด้วย

5.โปรโมชั่น
ได้รุ่นที่ถูกใจ โปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์ แต่ละร้านค้านั้นก็ไม่ควรพลาด จะลด แลก แจก แถม ใช้สิทธิ์บัตรเครดิตต่าง ๆ ก็ต้องเลือกให้คุ้มที่สุด รวมถึงบริการหลังการขายก็น่าสนใจไม่น้อย

     เราเชื่อว่าบทความนี้น่าจะเป็นตัวช่วยให้ผู้ที่กำลังไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ได้มีแนวทางการเรียงลำดับขั้นตอนการเลือกว่าควรพิจารณาเลือกซื้ออย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ตรงใจที่สุดกลับบ้านค่ะ

5

     เชื่อว่าตอนนี้อาจมีหลาย ๆ ท่านที่กำลังสงสัย และมีคำถามเรื่องการส่องกล้องกระเพาะอาหาร คืออะไร? และการรักษาด้วยวิธีนี้มีผลดีและมีขั้นตอนอย่างไร ทำไมจึงเป็นที่นิยมมากในขณะนี้ วันนี้ทางเราได้ค้นหาข้อมูลนี้มานำเสนอเพื่อช่วยให้ทุกท่านได้คลายความสงสัย คลายความกังวลใจ ว่าแล้วก็ตามเรามาดูกันเลยค่ะ

     การส่องกล้องกระเพาะอาหาร คือการใช้กล้องเอนโดสโคป (Endoscope) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ลักษณะเป็นท่อยืดหยุ่นได้ มีแสงไฟและเลนส์กล้องที่บริเวณส่วนปลาย ใส่เข้าไปทางปากของคนไข้เพื่อตรวจดูอาการหรือรักษาภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น นอกจากนั้นการส่องกล้องกระเพาะอาหารสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกรณีต่อไปนี้ได้อีกด้วย

     ตรวจดูอาการ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนบน เช่น อาการปวดท้อง ,คลื่นไส้และอาเจียนเป็นประจำ,อาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอกเรื้อรัง ,กลืนอาหารลำบากหรือกลืนแล้วรู้สึกเจ็บ มีเลือดออกอย่างรุนแรง มักทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบในท้อง อาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นเลือด อุจจาระดำเหมือนยางมะตอย และมีภาวะโลหิตจางที่อาจมีสาเหตุมาจากเลือดออกภายในไม่หยุด

     ยืนยันการวินิจฉัยโรค แพทย์สามารถยืนยันอาการของผู้ป่วยหลังจากการวินิจฉัยเบื้องต้นให้แน่ใจหรือแยกโรคที่มีอาการคล้ายกันออกไปด้วยการส่องกล้อง เช่น โรคกระเพาะอาหารหรือแผลในกระเพาะอาหาร โรค Coeliac Disease ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการแพ้กลูเตนและมีภาวะลำไส้อักเสบร่วมด้วย โรคกรดไหลย้อน หลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร ภาวะความดันโลหิตเส้นเลือดดำพอร์ทัลสูง (Portal Hypertension) และยังใช้ในการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจได้อีกด้วย

     รักษาโรคบางชนิด ไม่เพียงแต่การวินิจฉัยหรือตรวจดูอาการ การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารยังนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการรักษาความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้เช่นกัน

ขั้นตอนการส่องกล้องกระเพาะอาหาร
     แพทย์จะอธิบายถึงขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด รวมถึงภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างนี้หากผู้ป่วยมีข้อสงสัยใด ๆ ก็สามารถซักถามได้

     ก่อนรับการส่องกล้องผู้ที่สวมใส่แว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือฟันปลอมจะต้องถอดออกทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้า แต่อาจให้สวมชุดคนไข้ทับเสื้อผ้าของตัวผู้ป่วยเองอีกที จากนั้นแพทย์จึงเริ่มด้วยการฉีดสเปรย์ยาชาเฉพาะส่วนที่คอเพื่อให้เกิดความรู้สึกชา หรืออาจใช้ยาระงับความรู้สึกแบบฉีดแทน ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนเด็กที่ยังเล็กอาจต้องใช้ยาสลบ โดยยาระงับความรู้สึกที่ได้รับจะส่งผลให้มีอาการง่วงซึมและรู้สึกผ่อนคลายลงขณะทำการส่องกล้อง

     หลังฉีดสเปรย์ยาชาเฉพาะแห่งหรือให้ยาระงับความรู้สึก แพทย์อาจใช้ฟันยางเพื่อเปิดปากและป้องกันไม่ให้ฟันผู้ป่วยกัดสายท่อ ต่อจากนั้นจึงให้ผู้ป่วยพลิกตัวนอนตะแคงซ้าย แล้วใส่กล้องเอนโดสโคปเข้าไปในลำคอพร้อมทั้งบอกให้พยายามกลืนกล้องให้ลงไปยังหลอดอาหาร ทั้งนี้ในช่วงแรก ๆ อาจรู้สึกไม่ค่อยดีบ้าง มีอาการคลื่นไส้หรืออยากอาเจียน แต่ก็จะค่อย ๆ ทุเลาลงเมื่อท่อส่องกล้องเคลื่อนลงไปแล้ว โดยกระบวนการส่องกล้องนี้จะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

     สำหรับผลการตรวจนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการส่องกล้อง เช่น การตรวจดูกระเพาะอาหารอาจทราบผลได้ทันทีหลังการตรวจ แต่หากเป็นการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจต้องรอผลตรวจเป็นเวลา 2-3 วัน การส่องกล้องกระเพาะอาหารนับเป็นกระบวนการที่มีความปลอดภัยสูง ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่มักพบได้น้อย อาจมีโอกาสเกิดลำไส้ทะลุ หรือภาวะเลือดออกได้ในรายที่มีการทำหัตถการร่วมด้วย เช่น การตัดติ่งเนื้อ แต่โอกาสเกิดขึ้นต่ำมาก อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือมีไข้ขึ้นสูงหลังการส่องกล้องควรกลับมาพบแพทย์ทันทีค่ะ

6

     การมีบ้านคือความฝันของใครหลาย ๆ คน ซึ่งบางคนต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบเงินมาเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อที่จะได้มีบ้านเป็นของตนเอง ดังนั้นทำให้ต้องให้ความใส่ใจในการคัดสรรด้วยเหตุผลและปัจจัยที่ทำให้คุณได้บ้านที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด หลายคนยังไม่ทราบว่าจะต้องเริ่มจากจุดไหน จะซื้อบ้านได้ราคาประมาณเท่าไหร่ และควรจะเตรียมตัวอย่างไร แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า ควรจะประเมินการซื้อบ้านจากปัจจัยใด แนะนำให้ลองหยิบไอเดียทั้งหมดในบทความนี้นำไปประยุกต์ใช้ดูก็ได้นะคะ ว่าแต่จะต้องมีข้อมูลใดบ้างที่ควรเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ เรามาดูกันเลย

1.เลือกซื้อบ้านจากงบประมาณ
เรื่องงบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่คนเราใช้เพื่อตัดสินใจเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นการเตรียมความพร้อมในเรื่องงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะช่วยทำให้คุณสามารถคำนวณเงินที่จะสามารถใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างเหมาะสมและไม่เกินตัวจนเกินไป ด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้

วิธีที่ 1 : ประเมินตนเองเรื่องค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันช่วงก่อนซื้อบ้านหรือเป็นค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ทั้งหมด เช่น ค่าผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าส่วนกลาง ฯลฯ โดยจะต้องประมาณการออกมาเป็นตัวเลขว่า ในแต่ละเดือนคุณจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะถ้าหากขาดเหลือมากจนเกินไป อาจจะต้องเก็บเงินเพิ่มขึ้น หรือลดราคาบ้านที่จะซื้อให้ถูกลง

วิธีที่ 2 : ประเมินตนเองเรื่องรายได้
นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาความสามารถด้านการกู้สินเชื่อ ถ้าหากคุณประมาณรายได้ของตนเองมาอย่างรอบคอบว่าจะสามารถกู้ซื้อ ได้ช่วงราคาที่เท่าไหร่ก็จะทำให้การกู้ซื้อผ่านกับทางธนาคารผ่านได้ง่ายขึ้น โดยสัดส่วนที่เหมาะสมของภาระหนี้ทั้งหมด รวมถึงภาระหนี้สำหรับการกู้บ้านจะต้องไม่เกิน 30% – 40% ของรายได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อในราคา 2 ล้านบาท คุณก็จะต้องผ่อนชำระเดือนละประมาณ 14,000 บาท

     แต่ถ้าหากคุณมีเงินเดือนอยู่ที่ 20,000 บาทการกู้ซื้อในราคา 2 ล้านบาทจะทำให้คุณมีภาระหนี้ในการผ่อนชำระเกินกว่า 40% ของจำนวนรายได้  จึงควรลดราคาบ้านที่ต้องการซื้อให้ต่ำกว่านี้ หรือหาวิธีการสร้างรายได้เพิ่มเติมและขยันเก็บเงินให้มากขึ้น เป็นต้น

วิธีที่ 3: ประเมินแผนการเก็บเงิน
หากคุณเลือกใช้วิธีการเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านในฝัน คุณควรที่จะเริ่มประเมินแผนการออมเงินของคุณดูได้แล้วว่า เหมาะสมกับเป้าหมายที่เป็นสินทรัพย์ชิ้นใหญ่แบบนี้หรือไม่

     ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วคุณจะมีเงินเก็บอยู่ที่เดือนละ 10,000 บาท คุณตั้งเป้าหมายที่จะซื้อบ้านในราคา 5 ล้านบาท แต่คุณเลือกใช้วิธีการออมเงินด้วยการฝากประจำที่ให้ผลตอบแทนปีละ 2% นั่นเท่ากับว่า คุณจะต้องออมเงินเป็นเวลากว่า 40 ปีกว่าจะได้บ้านมาครอบครอง

     สรุปแล้วสิ่งที่ควรประเมินก่อนการซื้อบ้านคือ ความต้องการที่จะช่วยกำหนดปัจจัยต่าง ๆ ในการเลือกซื้อของคุณเอง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความรอบคอบในการตัดสินใจ และมีเหตุผลที่สนับสนุนให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้นเพื่อที่จะได้บ้านที่ตรงใจและสามารถจัดสรรค่าใช้จ่ายที่จะจ่ายค่าผ่อนชำระหลักหมื่น แต่ก็ยังมีสภาพคล่องทางการเงินที่สูงอยู่ได้นั่นเองค่ะ

7

     หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างยิ่งสำหรับคนไทยอย่างเรา เนื่องจากวัฒนธรรมของคนไทยเรานั้นรับประทานข้าวสวยหรือข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของมนุษย์ ที่ใช้ความร้อนจากไฟฟ้าทำให้ข้าวสุกโดยอัตโนมัติ และรักษาอุณภูมิของข้าวไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากหม้อหุงข้าวแล้วยังมี หม้อนึ่งไฟฟ้า, หม้อทอดไฟฟ้า, เครื่องปิ้งขนมปัง, กระทะไฟฟ้า และยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมายที่นำความร้อนจากไฟฟ้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ปัจจุบันมีการออกแบบหม้อหุงข้าวมาหลายหลายรูปทรงและหลายขนาด หลัก ๆ จะมีระบบไอน้ำที่ช่วยให้ข้าวสุกไวเป็นฝาติดกับหม้อ และแบบหูจับฝาแยกซึ่งทำความสะอาดได้ง่าย เป็นตัวเลือกให้คุณแม่บ้านหาซื้อเพื่อความสะดวกในการหุงข้าว โดยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดดังนี้

1.หม้อหุงข้าวธรรมดา หรือแบบดั้งเดิม
หม้อแบบธรรมดา และหม้อแบบดิจิทัลนั้นมีการใช้งานพื้นฐานที่เหมือนกัน เช่น ใส่ข้าว ตวงน้ำ กดปุ่มแล้วเริ่มทำการหุงข้าว แต่หม้อแบบดิจิทัล ตัวเครื่องก็จะมีฟังก์ชันการใช้งานที่มากกกว่าแค่หุงหรืออุ่นข้าวธรรมดา สามารถหุงข้าวได้หลายชนิดมากกว่า ปรุงอาหารอื่น ๆ เช่น โจ๊ก ได้ นอกจากนี้ตัวเครื่องหม้อหุงข้าวดิจิทัลยังมีหน้าจอเพื่อกำหนดระยะเวลาการหุง รวมถึงการกำหนดอุณหภูมิในการหุงเองได้ด้วย ใช้สำหรับหุงข้าว ตั้งแต่ตวงข้าวสาร ใส่น้ำและกดปุ่ม รอให้สุกพร้อมรับประทาน

2.หม้อหุงข้าวดิจิตอล
กลับทำได้มากกว่าการหุงข้าวธรรมดา นั่นคือ เราสามารถปรับปุ่มอุ่นข้าวให้ร้อนตลอดวันได้หลังหุง หรือยังจะกำหนดระยะเวลาของการหุงข้าว และ นอกจากนี้ยังมีความพิเศษ คือ สามารถทำเค้ก หุงข้าวเหนียว หรือการทำโจ๊กได้อีกด้วยหม้อแบบดิจิทัลจะมีการติดตั้งเสียงสัญญาณเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รู้ว่าข้าวเสร็จแล้ว ต่างจากหม้อแบบธรรมดาที่จะต้องสังเกตเองว่าข้าวสุกพอทานหรือยัง หรืออย่างมากก็จะมีการเด้งเตือนเมื่อครบรอบการหุงซึ่งอาจจะยังไม่ได้ที่ รวมถึงการออกแบบหม้อแบบดิจิทัลส่วนใหญ่จะจะดูดี ดูทันสมัย ยืดหยุ่นกับเฟอร์นิเจอร์หลากหลายทำให้การตกแต่งครัวดูสวยงามโมเดิร์นด้วย

ข้อดี ข้อด้อย ของหม้อหุงข้าวดิจิทัล
     ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ หุงข้าวอร่อยกว่า หอมกว่า เลือกได้เลยว่าจะเป็นข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวต้ม หรือจะทำขนมเค้กก็ได้ สามารถตั้งเวลาหุงข้าวและปรับอุณหภูมิที่ต้องการได้ ดูมีความคุ้มค่าเพราะสามารถใช้งานได้หลายอย่างข้อเสียใช่ว่าจะไม่มี เพราะหม้อแบบดิจิทัลนั้นใช้เวลาหุงข้าวนานกว่า ประมาณ 45 นาทีสำหรับข้าวหอมมะลิ แต่ถ้าข้าวกล้องจะนานมากเพราะข้าวชนิดนี้มีความแข็งมากกว่าจึงต้องใช้เวลานาน และราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหม้อหุงข้าวอื่น ๆ

     สุดท้ายข้อควรคำนึงทั่วไปในการเลือกซื้อหม้อหุงข้าว ควรเลือกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ด้านความปลอดภัยควบคุมอยู่ดังนั้นตรวจฉลากให้ดี นอกจากนี้ควรเลือกซื้อที่มีการรับประกัน เมื่อมีปัญหาในการใช้งานต้องมีศูนย์ที่พร้อมให้การดูแลซ่อมแซม เลือกขนาดความจุของหม้อและกำลังไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งาน เพื่อเป็นการประหยัดไฟฟ้า ต้องมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบอกปริมาณในส่วนหม้อด้านใน ขีดบอกระดับ หรือสัญลักษณ์อื่นที่แสดงความจุที่กำหนด ซึ่งมองเห็นได้ในขณะเติมน้ำ และสุดท้ายสำหรับหม้อแบบดิจิทัลควรมีสัญลักษณ์การใช้งานภาษาไทยกำกับและควรมีคู่มือการใช้งานภาษาไทยเพื่อกันความผิดพลาดและสมาชิกในครอบครัวทุกคนสามารถใช้งานได้ค่ะ

8

     ในปัจจุบันราคามือถือมีความยืดหยุนมาก หลายช่วงราคาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีงบประมาณจำกัด ผู้ผลิตหลายรายจึงแข่งกันคิดค้นและผลิตโทรศัพท์มือถือ ราคาไม่สูงที่มีคุณภาพและสามารถรองรับการใช้งานของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพออกมามากมายหลายรุ่นค่ะ เป็นข้อดีที่ทำให้ราคา โทรศัพท์มือถือถูกลง และผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น หลายคนเกิดความลังเลเมื่อพูดถึงราคา โทรศัพท์มือถือ งบไม่เกิน 5,000 บาท คงจะคิดว่าฟังก์ชันหรือสเปกของเครื่องคงจะไม่มีคุณภาพหรือมีคำถามในใจว่าประสิทธิภาพจะดีไหม ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ วิธีการเลือกซื้อโดยยึดหลักราคา โทรศัพท์มือถืองบไม่เกิน 5,000 บาท แบบละเอียดและเข้าใจง่าย มีวิธีการเลือกนั้นจะมีจุดไหนที่ควรพิจารณาบ้าง ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

เลือกจากสเปกของโทรศัพท์มือถือ
- ตรวจสอบ CPU ที่เหมาะสมกับการใช้งาน CPU หรือหน่วยประมวลผลกลาง ที่ถือว่าเป็นมันสมองของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอาจจะเหมือนกัน หรือแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ

     หากใช้งานทั่วไป เช่น ถ่ายรูป เล่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่ได้เล่นเกมเป็นหลัก เราขอแนะนำมือถือที่ใช้ CPU จาก Mediatek (MTK) รหัส Helio หรือ MT และ Exynos ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลื่นไหล ประมวลผลได้รวดเร็ว ระบายความร้อนได้ดี แต่ก็สามารถใช้เล่นเกมได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่อาจจะประมวลผลการทำงานในระหว่างเล่นเกมได้ไม่ดีเท่า Snapdragon ค่ะ และสำหรับการเล่นเกม ขอแนะนำ CPU จาก Qualcomm อย่าง Snapdragon รหัส 4xx หรือ รหัส 6xx ขึ้นไป และ Kirin รหัส 7xx ขึ้นไป เพราะมาพร้อมกับการ์ดจอและการออกแบบมาให้รองรับการเล่นเกมได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกราฟิก และการระบายความร้อนในขณะที่เครื่องทำงานหนักจากการเล่นเกมค่ะ

- ตรวจสอบขนาด RAM ให้เพียงพอต่อการใช้งาน หากต้องการใช้งานเบื้องต้น เราขอแนะนำโทรศัพท์มือถือที่มีขนาด RAM ที่ 2GB - 3GB ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้ดีในระดับหนึ่งเลย ใช้เล่นเกม เราขอแนะนำให้มองหาโทรศัพท์มือถือที่มี RAM ขนาด 4GB ขึ้นไป เพราะขณะเล่นเกมจำเป็นต้องอาศัย RAM ในการรับมูลต่าง ๆ

- ตรวจสอบความจุ ROM เพราะมีผลต่อการจัดเก็บข้อมูล ROM คือพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลของโทรศัพท์ ซึ่งสำหรับการใช้งานทั่วไปที่มีความจุ ROM ที่ 16GB ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าหากใช้งานหลายแอปพลิเคชัน ใช้เล่นเกม หรือเป็นคนที่ชื่นชอบในการถ่ายรูป เราขอแนะนำโทรศัพท์มือถือที่มี ROM ตั้งแต่ 32GB ขึ้นไป

- ตรวจสอบความละเอียดของกล้องถ่ายรูป สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายรูปและการถ่ายเซลฟี คุณภาพและความละเอียดของกล้องถ่ายรูปจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราขอแนะนำให้เลือกที่มีกล้องหน้าที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังควรมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 12 ล้านพิกเซล และแนะนำว่าควรเป็นกล้องคู่หรือมากกว่า เพื่อการถ่ายรูปที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นค่ะ

- ขนาดและความละเอียดหน้าจอหากคุณชอบดูหนัง ดูซีรีส์ และคลิปวิดีโอเป็นชีวิตจิตใจ ขนาดและความละเอียดของหน้าจอเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรเลือกโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 6.2 นิ้ว ขึ้นไปและมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า HD+ พร้อมกับจอ LCD ชนิด IPS ที่ให้สีฉูดฉาด จัดจ้าน สมจริง เหมาะกับการดูหนังและคลิปวิดีโอเป็นอย่างมากค่ะ

     เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับวิธีดูสเปกมือถือ โดยยึดหลักราคา โทรศัพท์มือถือ ไม่เกินงบ 5,000 บาท พอจะใช้เป็นแนวทางการเลือกซื้อได้บ้างนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าโทรศัพท์มือถือแต่ละแบรนด์ย่อมมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็อาจจะมาพร้อมกับจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพเอาใจคนชอบเซลฟี่ และบ้างก็อาจจะเน้นสเปกไปที่การประมวลผลภาพแบบหนัก ๆ สำหรับเกมเมอร์ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดี ข้อมูลทั้งหมดที่แนะนำไว้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุดค่ะ

9
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงตลอดทั้งปีเพราะต้องทำความเย็นตลอดเวลาเพื่อถนอมอาหาร โดยระบบทำความเย็นของตู้เย็นนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือตู้เย็น inverter และตู้เย็นแบบธรรมดา โดยวันนี้เราจะขอนำข้อมูลเกี่ยวกับระบบทำความเย็นมาให้ได้รู้จักกันเพื่อที่จะช่วยในการตัดสินใจเวลาเลือกซื้อ ตู้เย็น เครื่องใหม่ให้เหมาะกับคุณมากที่สุด ไปดูข้อมูลรายละเอียดทางนี้กันเลยค่ะ


ตู้เย็น inverterคืออะไร ?
inverter เปรียบเสมือนสมองสั่งการที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทำงานอย่างชาญฉลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยในการสั่งการและบริหารจัดการระบบไฟฟ้าภายในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ประหยัดไฟมากขึ้นนั่นเอง จุดประสงค์หลักของการติดตั้งระบบ inverter ในเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น แอร์ เครื่องทำความเย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องดูดฝุ่น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบในการทำงาน เพื่อต้องการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ที่มีระบบมอเตอร์ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดไฟได้มากขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง ตู้เย็น inverterและ ตู้เย็นระบบธรรมดา
-ตู้เย็นระบบธรรมดา เมื่อตู้ทำความเย็นถึงความเย็นในระดับที่ตั้งไว้ ตัวคอมเพรสเซอร์จะหยุดการทำงานทันที ซึ่งจะมีผลต่อกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟที่รับมาและหยุดในทันที เมื่อความเย็นลดลงในระดับต่ำที่ตั้งไว้ตัวคอมเพรสเซอร์ก็จะเริ่มทำงานและเร่งมอเตอร์ให้ทำความเย็นจึงเกิดไฟกระชากและกินไฟมากกว่าปกติ

-ตู้เย็น inverter เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นถึงระดับที่กำหนด คอมเพรสเซอร์จะไม่หยุดทำงานทันที แต่ตัว inverter จะไปช่วยสั่งการให้มอเตอร์ค่อย ๆ ปรับรอบความเร็วลง โดยที่มอเตอร์ยังคงหมุนในระดับรอบที่ช้าลง เมื่อเริ่มการทำงานใหม่มอเตอร์ก็สามารถค่อย ๆ เริ่มการทำงานได้โดยที่ไม่เกิดไฟกระชากเหมือนแบบตู้เย็นธรรมดานั่นเอง

สำหรับข้อด้อยตู้เย็น inverter
เป็นเรื่องของ “ราคา” ที่ค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ไม่ได้ทำการติดตั้งระบบ inverter แต่ความต่างในเรื่องของราคาดังกล่าว หากทำการคำนวณในระยะยาวจะเห็นได้ว่าระบบ inverter นั้น มีความคุ้มค่าในเรื่องของค่าไฟฟ้าที่ประหยัดมากขึ้น  ยิ่งใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นนานหลายปีมากเท่าใด ก็จะเห็นส่วนต่างของค่าไฟฟ้าที่เมื่อถูกนำมาเฉลี่ยแล้วจะพบว่าคุ้มค่ามากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีระบบอิ inverter อย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

สรุประบบ Inverter นั้นเป็นชื่อเรียกของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เปรียบเหมือนสมองกลของเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยระบบนี้จะทั้งทำหน้าที่สั่งการและควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ทำงานอย่างชาญฉลาด และมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งระบบ Inverter นั้นสามารถอยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น ไมโครเวฟ ตู้เย็น ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟแรง ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบ Inverter ที่จะช่วยประหยัดพลังงานรวมได้สูงสุดถึง 40% แต่ยังคงประสิทธิภาพในการทำงานเอาไว้สมบูรณ์แบบ 100%และทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น inverter แอร์ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า จะทำให้คุณเลือกและใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งระบบ inverter เพื่อที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้เป็นอย่างดีค่ะ

10

     เข้าช่วงปีใหม่มาย่างเข้าเดือนที่ 2 ของปี 2021 ก็ยังถือว่ายังอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ และเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็มีเทศกาลตรุษจีนที่หลาย ๆ คนเตรียมเฉลิมฉลองเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต หลาย ๆ คนอยากหาซื้อมือถือรุ่นใหม่ เอาไว้ใช้เองหรือฝากคนที่เรารัก ซึ่งวันนี้เราพามาดูเทรนมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่พึ่งออกมาช่วง 1-3 เดือน ในราคาประหยัดสุดคุ้มเอามาฝากเพื่อน ๆ ด้วย งั้นเพื่อน ๆ อย่ารอช้าตามมาดูพร้อม ๆ กันทางนี้ได้เลยค่ะ

1.มือถือรุ่นใหม่ Galaxy A21s เปิดตัวครั้งแรก 18 พฤศจิกายน 2020 ราคาเปิดตัว 5,299 บาท
ด้วยกล้อง 4 เลนส์ประสิทธิภาพสูงของ Galaxy A21s กล้องหลักความละเอียด 48MP ให้ภาพที่คมชัดทั้งในที่สว่าง และที่แสงน้อย กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8MP มุมมอง 123 องศา สำหรับเก็บภาพในมุมมองกว้างเสมือนกับที่ตาเห็น กล้อง Macro ความละเอียด 2MP ถ่ายภาพโฟกัสชัดแม้ถ่ายระยะใกล้สุด 4 ซม. และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP ถ่ายหน้าชัดหลังละลาย ทำให้วัตถุในภาพดูโดดเด่นยิ่งขึ้นดึงดูดทุกสายตา ดีไซน์เรียบหรู พร้อมลวดลายโดดเด่นแบบโฮโลแกรม และตัวเครื่องที่มีความโค้งมน ทำให้จับถนัดมือ ใช้งานง่าย มีให้เลือกหลากหลายสี ได้แก่ ฟ้า ดำ และขาว พร้อมให้คุณแมทช์เข้ากับสไตล์ของคุณ

2.มือถือรุ่นใหม่ OPPO A15 - ออปโป้เปิดตัวครั้งแรก 1 ธันวาคม 2020 ราคาเปิดตัว 4,299 บาท
สมาร์ทโฟน (โทรศัพท์มือถือพร้อมระบบปฏิบัติการ) จอแสดงผล IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี) หน้าจอหยดน้ำ (Waterdrop Display) กว้าง 6.52 นิ้ว (แนวทะแยง) ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล (269 ppi)วัสดุรอบตัวเครื่องหน้าจอกระจกแข็งกรอบพลาสติ ระบบเซ็นเซอร์ )ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ  ระบบจดจำใบหน้า ระบบหมุนภาพอัตโนมัติ ตรวจจับแสงปรับความสว่างอัตโนมัติ  ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา กล้องดิจิตอล 13 MP + 2MP (Macro) + 2MP (Depth) (Triple Camera) รูรับแสงขนาด ƒ/2.2 ปรับมุมมองการแสดงผลอัตโนมัติ มีสีให้เลือกสีดำ สีขาว

3.มือถือรุ่นใหม่ Vivo V20 SE – วีโว่ เปิดตัวครั้งแรก 9 พฤศจิกายน 2020 ราคาเปิดตัว 8,699 บาท
จอแสดงผล AMOLED 24-bit (16 ล้านสี)หน้าจอหยดน้ำ (Waterdrop Display) กว้าง 6.44 นิ้ว (แนวทแยง ) ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล (409 ppiวัสดุรอบตัวเครื่อง หน้าจอกระจกแข็ง กล้องดิจิตอล 48MP + 8MP (Ultrawide) + 2MP (Depth) (Triple Camera) รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ไฟแฟลช Dual-LED dual-tone flash

     ซูมดิจิตอล 10 เท่า (10x Digital Zoom) ซูมออฟติคอล 2 เท่า (2x Optical Zoom)ขนาดภาพสูงสุด 8000 x 6000 พิกเซล (Image Size) โฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus)ค้นหาใบหน้าอัตโนมัติ (Face Detection)เทคโนโลยีถ่ายภาพอัจฉริยะ (AI Camera)มีสีให้เลือก (Colors) : Black, Bluelight

     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ 3 รุ่น 3 แบรนด์ ราคาสุดคุ้ม ที่ออกมาใหม่ช่วง 1-3 เดือนนี้ ราคาหลักพันคุณภาพหลักหมื่น ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุดตอนนี้ จะเห็นได้ว่าโทรศัพท์มือถือแต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติตัวเครื่องที่ใกล้เคียงกัน แต่จุดเด่นหลัก ๆ ก็จะแตกต่างออกไปตามการใช้งาน โดยมือถือทุกรุ่นข้างต้นนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุก ๆ ด้านอย่างแน่นอน ซึ่งเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ราคากลาง ๆ คุณสมบัติตัวเครื่องครอบคลุมทุกการใช้งานก็สามารถเก็บเอาไว้พิจารณาเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อไปใช้ได้นะคะ

11

     เปิดตัวมือถือออกใหม่อัพเดทล่าสุดประจำเดือนพฤศจิกายน63 เดือนนี้มีมือถือออกใหม่หลายรุ่นเลยทีเดียว มีทั้งรุ่นที่เปิดตัวใหม่และรุ่นที่ยังคงได้รับความนิยมตั้งแต่เดือนก่อน ๆ สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหามือถือใหม่ หากกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี ก็ลองพิจารณาดูจากทั้ง 4 รุ่นนี้ก่อนว่ามีคุณสมบัติถูกใจเพื่อน ๆ หรือเปล่าไปดูกัน

1.Samsung Galaxy M21s มือถือใหม่เปิดตัวครั้งแรก 9/ 10/2020 สมาร์ทโฟน หน้าจอทรงหยดน้ำ รูปตัว U กว้าง 6.4 นิ้ว (แนวทะแยง) ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล (403 ppi) หน้าจอกระจกแข็ง Corning Gorilla Glass 3ระบบเซ็นเซอร์ (Sensor) ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ ระบบจดจำใบหน้า  ระบบหมุนภาพอัตโนมัติ ตรวจจับแสงปรับความสว่างอัตโนมัติ) ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง (Accelerometer)ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาระบบเซนเซอร์หมุนภาพ ปรับมุมมองการแสดงผลอัตโนมัติ มีสีให้เลือก (Colors) : Black, Blue

2.มือถือใหม่ OPPO OPPO Reno4 Pro 5G ได้เปิดตัวครั้งแรก 6 ตุลาคม 2020 จอแสดงผล AMOLED 24-bit (16 ล้านสี) จอแสดงผล HDR 10 จอแสดงผลมีรูสำหรับกล้องหน้า อัตราการสัมผัสหน้าจอ 90 เฮิรตซ์ (Refresh Rate 90Hz)กว้าง 6.5 นิ้ว (แนวทะแยง) ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล (402 ppi) ระบบสัมผัส : 180Hz touch-sensingหน้าจอกระจกแข็ง ระบบเซ็นเซอร์ ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ระบบจดจำใบหน้า (Face Detection)ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา ปรับมุมมองการแสดงผลอัตโนมัติ มีสีให้เลือก (Colors) : Black, Blue

3.Vivo X50 Pro 5G (วีโว X50 Pro 5G) มือถือใหม่เปิดตัววันที่ 8/9/2020 จอแสดงผลแบบ E3 AMOLED Dual Curved Punch-Hole Display ความละเอียด 2376x1080 พิกเซล: กว้าง 6.56 นิ้ว : 397 ppi) พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 765G ความเร็วในการประมวลผล 2.4 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย User Interface แบบ Funtouch OS 10.5หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลแบบ UFS 2.1 ขนาด 256 GB และ RAM แบบ LPDDR4x ขนาด 8 GBพร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 256 GBใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 5G, 4G LTE, 3G HSPA+, EDGE 5.1 กล้องดิจิทัลจำนวน 4 ตัว (Quad Camera) ระบบ Gimbal รุ่นแรกของโลก ความละเอียด 48+13+8+8 ล้านพิกเซล และกล้องดิจิทัลขนาดเล็กฝังบนหน้าจอ (In-Display Selfie) ความละเอียดระดับ 32 ล้านพิกเซล

4.Huawei nova 8 SE – หัวเหว่ย มือถือใหม่เปิดตัวครั้งแรก 9 พฤศจิกายน 2020 จอแสดงผล OLED 24-bit (16 ล้านสี) จอแสดงผล HDR 10 หน้าจอหยดน้ำ (Waterdrop Display) กว้าง 6.53 นิ้ว (แนวทะแยง) ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล (403 ppi) วัสดุรอบตัวเครื่อง หน้าจอกระจกแข็ง กรอบพลาสติก ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Fingerprint Under Display) ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง  ปรับมุมมองการแสดงผลอัตโนมัติ (Orientation)สถานะ มีวางจำหน่ายในต่างประเทศวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 4 ปี 2020 (พฤศจิกายน 63) ราคาเปิดตัว - บาท (ยังไม่กำหนดราคา) มีสีให้เลือก (Colors) : Black, Blue, Silver

     ผ่านไปแล้วมือถือทั้ง4รุ่นที่ออกมาใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 63 นี้ มีหลายราคาหลายระดับให้เลือกตามที่เพื่อน ๆต้องการ หวังว่าจะถูกตา ต้องใจถอยมาใช้ใหม่สักเครื่องนะคะ หากมีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาอีกจะกลับมาอัพเดทให้เพื่อนทราบกันอีกนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

Pages: [1]